Quick Set up Guide

1. การ์ดติดตามตำแหน่ง iTraq+

2. นาฬิกาติดตามตัว WRU (WRU GPS Watch)

3. ไดร์ฟติดตามตำแหน่ง WRU (WRU GPS Drive) – ดูรายละเอียดที่ส่วนล่างของหน้านี้

pagebreak

การ์ดติดตามตำแหน่ง iTraq+

itraq quick quide1

  • ผู้ใช้สามารถติดตั้งแอพ iTraq โดยเข้าไปที่ App Store หรือ Play Store แล้วค้นหาชื่อเพื่อติดตั้ง
  • การลงทะเบียนเมื่อใช้งานครั้งแรก – โปรดใส่อีเมล์ และตั้งพาสเวิร์ด หรือถ้าง่ายกว่านั้น คุณสามารถลงทะเบียนโดยใช้บัญชีเฟสบุ๊ค
  • คลิ๊ก “+” ที่มุมซ้ายบนหน้าจอหลักเพื่อลงทะเบียนอุปกรณ์ iTraq ตั้งชื่อ, เพิ่มรูป และใส่ไอดี หรือคุณจะคลิ๊กที่ QR Code icon เพื่อใช้กล้องของสมาร์ทโฟนอ่าน ID จากสติ๊กเกอร์บนตัว iTraq
  • ถ้าคุณมีอุปกรณ์ iTraq+ มากกว่า 1 เครื่อง คุณสามารถคลิ๊กที่ไอคอนด้านขวาบน เพื่อดูรายการอุปกรณ์ทุกตัวที่เพิ่มไว้ในแอพนี้

iTraq Set up Guide2

  • เวลาใช้งานแอพ จะมีกล่องแสดงข้อมูลต่างๆ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจการใช้งานมากขึ้น

iTraq Set up Guide3

 

  • หน้าจอหลัก – เมื่อคุณคลิ๊ก “Details” บนหน้าจอหลัก, คุณจะเข้ามาในส่วนการตั้งค่า รายละเอียดของการตั้งค่าแต่ละตัวมีดังนี้
  • Guard Mode – คุณสามารถเปิดใช้งาน Guard Mode โดยสไลด์แผนที่, ซูมเข้าออก หรือ จะเลือนแถบด้านล่างเพื่อเพิ่มหรือลดรัศมี เพื่อกำหนดพื้นที่ให้ระบบมีการแจ้งเตือนเมื่อ iTraq+ เข้าหรือออกจากพื้นที่ เช่น บ้าน โรงเรียน เป็นต้น.  เมื่อเปิด, ระบบจะทำการแจ้งเตือนผ่านสมาร์ทโฟน แต่ระบบนี้จะทำงานเมือ iTraq+ อยู่ใน GPS โหมดเท่านั้น
  • การปรับโหมดการระบุตำแหน่ง – อุปกรณ์สามารถระบุตำแหน่งโดยอ้างอิง Cell ID และหรือ GPS เมื่อถึงเวลาที่กำหนดไว้ เมื่อตั้งโหมดเป็น GPS แล้วอุปกรณ์ไม่สามารถจับสัญญาน GPS ได้, ตำแหน่งจาก Cell ID จะถูกนำมาอ้างอิงแทน

iTraq Set up Guide4

  • ความถี่ของการระบุตำแหน่ง – คุณสามารถเลือกระยะเวลาและความถี่ของการระบุตำแหน่งได้จากส่วนนี้ เมื่อตั้งค่าเสร็จ iTraq+ จะตื่นขึ้นมาและรายงานตำแหน่งตามเวลาที่ได้กำหนดไว้
  • Custom Schedule – คุณสามารถกำหนดความถี่การรายงานตำแหน่งได้อย่างอิสระตามความต้องการในแต่ละช่วงเวลาได้ด้วย เช่น 6.00-9.00 อัพเดททุก 10 นาที, 9.00-16.00 อัพเดททุก 1 ชม, 16.00-22.00 อัพเดททุก 30 นาที
  • OnDemand – เมื่อถูกเปิดไว้, นอกเหนือจากตำแหน่งที่จะถูกรายงานตามแผนเวลา คุณยังสามารถสั่งให้อุปกรณ์อัพเดทตำแหน่งปัจจุบันได้ด้วย แต่โปรดรับทราบว่า การเปิดโหมดนี้จะกินพลังงานจากแบตเตอรี่อย่างมาก

iTraq Set up Guide5

 

  • การเลือกและชำระค่าบริการ – ทำได้ง่ายๆ ผ่านแอพซึ่งมีให้คุณเลือกทั้งแบบรายเดือนและรายปี
  • แบ่งปัน iTraq ให้คนอื่น - คุณสามารถแบ่งปันให้คนอื่นๆ เข้ามาดูตำแหน่งของ iTraq+ ได้ง่ายๆ แค่กรอกอีเมล์ของเพื่อนหรือญาติและบอกให้พวกเขาลงแอพ แล้วล็อคอินโดยใช้อีเมล์ของตัวเอง
  • Find my iTraq – เมื่อเปิด OnDemand โหมด คุณสามารถคลิ๊ก “Find my iTraq” หลังจากนั้นอีก 2-3 นาที ตำแหน่งล่าสุดจะถูกรายงาน

iTraq Set up Guide6

 

  • เมื่อมีการเปลี่ยนการตั้งค่าต่างๆ คุณจะเห็นแทบสีแดงปรากฏ เมื่อคลิ๊กแอพจะแจ้งให้ทราบว่าการตั้งค่าจะมีผลในเวลาใด
  • คลิ๊กไอคอน “รูปดินสอ” บนหน้า “Details” จะนำเราไปส่วนการลบอุปกรณ์ (ในกรณีที่เรานำ iTraq ไปให้คนอื่นใช้งาน)
  • คลิ๊กไอคอน “รูปฟันเฟือง” บนหน้าจอหลักเพื่อแก้หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลผู้ใช้งาน

pagebreak

นาฬิกาติดตามตัว WRU (WRU GPS Watch)

  1. ขั้นตอนการติดตั้งแอพ Where You GO
  2. ขั้นตอนการเตรียม WRU GPS Watch ให้พร้อมใช้งาน
  3. ขั้นตอนการเชื่อมต่อ WRU GPS Watch กับ แอพ Where You GO
  4. ขั้นตอนการตั้งค่าต่างๆ ผ่านแอพ Where You GO
  5. วิธีการใช้งานแอพ Where You GO
  6. การใช้งานปุ่มต่างๆ บน WRU GPS Watch

ขั้นตอนการติดตั้งแอพ Where You GO

  1. ดาวน์โหลดและติดตั้ง QR Code reader บนสมาร์ทโฟน (ถ้ายังไม่มี)
  2. เปิด QR Code reader แล้วถ่าย QR Code ข้างล่างนี้หรือในคู่มือ เพื่อดาวน์โหลดแอพ Where You GO. QR Code นี้สามารถดาวน์โหลดได้ทั้ง iOS และ Andriod

Where You Go APP QR

สำหรับ android ดูขั้นตอนการติดตั้งต่อได้เลย ส่วน iOS โปรดข้ามไปดูขั้นตอนที่ 15

(ภาพถ่ายหน้าจอในแต่ละขั้นตอนอาจแตกต่างจากเครื่องของคุณ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ version ที่ใช้ และ interface ของสมาร์ทโฟนแต่ละยี่ห้อ)

  1. กด “OK หรือ ตกลง” เพื่อเปิด URL (https://www.etabwearable.com/WhereYouGo/)

28

     4. กด “OK หรือ ตกลง” อีกที เพื่อคอนเฟิร์มการดาวน์โหลดไฟล์ apk ลงในเครื่อง

29

      5. กด “OK หรือ ตกลง” อีกที เนื่องจากการดาวน์โหลดไม่ได้ทำผ่าน Play Store ระบบจึงแจ้งเตือน หลังจากนั้นไฟล์จะถูกบันทึกลงในสมาร์ทโฟน

30

     6. เข้าไปในโฟล์เดอร์ที่บันทึกไฟล์ จากภาพไฟล์ถูกบันทึกไว้ที่โฟลเดอร์ “Download”

32

     7. ดับเบิ้ลคลิกไฟล์ เพื่อทำการติดตั้ง

     8. เครื่องจะถามว่าจะติดตั้งด้วยโปรแกรมอะไร จากในรูปเราใช้ “โปรแกรมติดตั้งแพคแกจ”

33

     9. ถ้าเครื่องถูกตั้งค่าด้านความปลอดภัยไม่ให้ติดตั้งแอพจากแหล่งที่ไม่รู้จัก จะมีกล่องข้อความขึ้นเตือนดังรูป ให้กด “การตั้งค่า หรือ setting” ถ้าไม่ได้ถูกตั้งค่าดังกล่าวให้ข้ามไปขั้นตอนที่ 13

34

     10. เมื่อกดแล้วสมาร์ทโฟนจะเข้าไปที่การตั้งค่า -> ความปลอดภัย หาหัวข้อที่ชื่อ “ไม่รู้จักที่มา” แล้ว เลื่อนไอคอนมาทางขวาเพื่อ “เปิด”

35

     11. หลังจากเปิด สมาร์ทโฟนจะมีกล่องข้อความเตือนขึ้นมาอีกที ให้กด “OK หรือ ตกลง”

36

     12. จากนั้นทำตามขั้นตอนที่ 6-8 อีกครั้ง

     13. เครื่องจะแจ้งว่าแอพดังกล่าวจะเข้าถึงการใช้งานในส่วนไหนบ้าง ให้กด “ติดตั้ง”

373839

     14. พอติดตั้งเสร็จ ก็สามารถเปิดแอพได้ทันที เมื่อเปิดแอพ เครื่องจะมีคำขออณุญาติให้เข้าถึง imei และการค้นหาตำแหน่ง ให้กด “ใช่” จนกว่าจะเข้าสู่แอพได้

40 41

ขั้นตอนติดตั้งสำหรับ iOS

15. เข้าไปที่ App Store แล้วค้นหาแอพพลิเคชั่นชื่อ “whereyougo”

16. เลือกเพื่อติดตั้ง และ ทำตามขั้นตอนจนติดตั้งเสร็จ

ขั้นตอนการเตรียม WRU GPS Watch ให้พร้อมใช้งาน

  1. ใส่ไมโคร (Micro) ซิมการ์ด
    • คลายน็อตตรงฝาหลังด้วยไขควงที่ติดมากับกล่อง เมื่อเปิดฝาออกจะเห็นแบตเตอรี่
    • 59
    • ดึงแบตออกโดยจับที่ลิ้นพลาสติก (แต่อย่าดึงแรงนะครับ เพราะแบตเตอรี่มีสายไฟแล็กๆ ติดกับตัวเครื่อง)
    • 57
    • พอเอาแบตออก ก็จะเห็นช่องใส่ไมโครซิมการ์ด ใส่ซิมลงในช่องแล้วปิดล็อคกรอบครอบซิม
    • 6056
    • เอาแบตใส่กลับที่เดิมแล้วปิดฝาหลังเครื่อง
  2. ชาร์ทแบตเตอรี่ ช่องชาร์ทไฟจะอยู่ที่ด้านซ้ายของตัวเครื่อง
  3. เปิดเครื่อง, WRU GPS Watch จะพร้อมใช้งานต้องมีสัญลักษณ์สำคัญดังนี้
    • ความแรงของสัญญานมือถือ
    • ตัวอักษร “E” เพื่อยืนยันว่าเครื่องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต หรือ รับส่งข้อมูลแล้ว
    • “O” เพื่อยืนยันว่าการระบุตำแหน่งด้วย A-GPS ทำงาน หรือ “O แล้วมีจุดตรงกลาง” เพื่อยืนยันว่าการระบุตำแหน่งด้วย GPS ทำงาน

ขั้นตอนการเชื่อมต่อ WRU GPS Watch กับ แอพ Where You GO

1.  เปิดแอพ Where You GO และ WRU GPS Watch

555

2. ที่หน้าเริ่มต้น ให้เลือก “Register” เพื่อทำการลงทะเบียนก่อน ในหน้า Register ให้ตั้ง Username และ Password (โปรดจดบันทึกไว้เพื่อกรณีลืมภายหลัง) สำหรับผู้ที่เคยลงทะเบียนแล้วสามารถ Log in ที่หน้าแรกได้เลย

554

3. เมื่อ Log in แอพจะถาม “Add device” ให้เลือก “OK”

4. วิธีการ “Add device” ทำได้ 2 ทาง คือ ใส่ ID ของนาฬิกาเอง หรือ 2. นำกล้องมาสแกนตัวบาร์โคต. ID และบาร์โคตของนาฬิกาจะอยู่ที่ฝาหลัง แต่ถ้าเป็นรุ่น WRU-02 จะอยู่ที่ด้านในของฝาหลัง ต้องแกะฝาออกมาถึงเจอ

5. เมื่อทำการ “Add device” เสร็จ นาฬิกาจะเชื่อมต่อกับแอพ Where You GO โดยอัตโนมัติ

ขั้นตอนการตั้งค่าต่างๆ ผ่านแอพ Where You GO

1. บนหน้าจอหลัก คลิก “Setting” ไอคอน

539

2. ในเมนู “Setting” เราสามารถตั้งค่าได้ดังต่อไปนี้

541

  • Location pattern: ตั้งความถี่ที่ต้องการให้ WRU GPS Watch อัพเดทตำแหน่ง (ทุกๆ 30 วินาที, ทุกๆ 10 นาที – ค่ามาตรฐาน, ทุกๆ 1 ชม)
  • Main monitoring number: เบอร์มือถือหลักที่ใช้ในการควบคุม WRU GPS Watch
  • SOS Contact: เบอร์โทรศัพท์ 3 เบอร์ที่ WRU GPS Watch สามารถโทรออกได้ เช่น เบอร์ พ่อ แม่ หรือ ญาติผู้ใหญ่ โดยเบอร์ที่ 1 จะโทรออกได้ด้วยการกดปุ่ม “1” บนนาฬิกาค้างไว้ 3-4 วินาที, เบอร์ที่ 2 โทรโดยกดปุ่ม “2”.  ส่วนเบอร์ที่ 3 จะโทรหาโดยตรงไม่ได้แต่จะเป็นเบอร์สำรองเวลาใช้งานขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน หรือ SOS  เวลาเด็กส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ WRU GPS Watch จะโทรหาที่ละเบอร์ไล่จากเบอร์แรก ถ้าไม่ติดจะโทรเบอร์ที่ 2 และ 3 ตามลำดับ
  • Allow incoming calls: เบอร์โทรศัพท์ 10 เบอร์ที่อนุญาติให้โทรหา WRU GPS Watch ได้ (ถ้าเป็นเบอร์อื่นๆ โทรเข้าจะไม่ติด)
  • Phonebook: เฉพาะรุ่น WRU-02, สามารถเพิ่มชื่อและเบอร์โทรออกได้อีก 10 เบอร์ที่ส่วนนี้
  • Remote Monitoring: เบอร์โทรศัพท์ที่ต้องการให้ WRU GPS Watch โทรกลับเพื่อดักฟังเสียงเหตุการณ์ ณ ตอนนั้น
  • Alarm Clock: การตั้งนาฬิกาปลุก WRU GPS Watch สามารถปลุกได้แม้เครื่องจะปิดอยู่
  • Watch off alarm: เปิด หรือ ปิด การแจ้งเตือนเมื่อถอดนาฬิกา
  • Remote power-off: การสั่งปิด WRU GPS Watch (เมื่อตั้งค่าเสร็จ WRU GPS Watch จะไม่สามารถปิดได้จากการกดปิดที่ตัวเครื่อง)
  • About the device: รายละเอียดเกี่ยวกับ WRU GPS Watch (ผู้ใช้สามารถตั้งชื่อแทน ID No ของนาฬิกาได้)
  • Change password: การเปลี่ยน password
  • Watch Language And Time Zone: การปรับภาษา และ ตั้งโซนเวลาบนนาฬิกา (โซนเวลาประเทศไทยเป็น +7.0)
  • App Time Zone: การตั้งโซนเวลาบนแผนที่เวลาระบุตำแหน่งบนแอพ Where You Go (โซนเวลาประเทศไทยเป็น +7.0)
  • Pedometer Switch: เปิด หรือ ปิด การใช้งานนับจำนวนก้าวเดิน และ กิจกรรม

วิธีการใช้งานแอพ Where You GO

1. ที่หน้า Home จะมีส่วนประกอบดังนี้

539546

  • Status Bar: ด้านบนสุดจะแสดงสถานะของนาฬิกา รวมทั้งปริมาณแบตเตอรี่คงเหลือเป็น %
  • Alarm Bar: ส่วนที่ 2 ถัดลงมาเป็นการแจ้งเตือนรายการล่าสุด
  • Icon: ส่วนกลางเป็นศูนย์รวมของ Icon 11 ตัว (แบ่งเป็น 2 หน้า – เลื่อนหน้าโดยการสไลด์ ซ้าย-ขวา) ส่วนนี้จะอธิบายในรายละเอียดอีกทีในส่วนล่าง
  • Bottom Tap:
    • Home: หน้าหลัก
    • List: แสดงรายชื่อนาฬิกาที่แอพควบคุมอยู่ (สำหรับพ่อแม่ที่มีลูกมากกว่า 1 คน สามารถเพิ่มนาฬิกาได้ที่ส่วนนี้) ส่วนเวลาจะดูนาฬิกาเรือนใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ ต้องเลือกนาฬิกาเรือนนั้นๆที่นี่ โดยการคลิ๊กเพียงหนึ่งครั้งที่ชื่อนาฬิกานั้น
    • Monitoring: แสดงตำแหน่งของนาฬิกาแต่ละเรือนที่ถูกควบคุมพร้อมๆ กัน
    • Message: แสดงการแจ้งเตือนทั้งหมดในอดีต

2. Icon ส่วนนี้จะอธิบายการใช้งานของแต่ละ Icon โดยละเอียด

  • Real-time: แสดงตำแหน่งของนาฬิกาบนแผนที่ พร้อมทั้งตำแหน่งของพ่อแม่ ระยะห่าง ผู้ใช้สามารถซูมเข้าออกได้ แผนที่ยังสามารถดูเป็นภาพถ่ายจากดาวเทียมได้ด้วย

540

  • Historical: เราสามารถดูตำแหน่งของนาฬิกาย้อนหลังได้ถึง 2-3 เดือน

547

  • Safe: กำหนดพื้นที่ เพื่อให้นาฬิกาแจ้งเตือนการเข้าออก ฟังค์ชั่นนี้จะทำงานในโหมด GPS หรือ เมื่ออยู่กลางแจ้งเท่านั้น เพราะโหมด GPS จะมีความแม่นยำในการระบุตำแหน่งที่สูงกว่า A-GPS ซึ่งความคลาดเคลื่อนอาจกินพื้นที่วงกว้างเป็นกิโลเมตร ทั้งนี้เพื่อป้องกันปัญหา False Alarm ซึ่งอาจทำให้พ่อแม่ ผู้ปกครองเกิดความรำคาญใจ เช่น แจ้งว่าลูกออกนอกโรงเรียนทั้งๆ ที่เด็กอยู่ในโรงเรียน เป็นต้น
  • Settings: การตั้งค่าต่างๆ ให้กับนาฬิกา (ดูรายละเอียดที่ ขั้นตอนการตั้งค่าต่างๆ ผ่านแอพ Where You GO)
  • Device: แสดงข้อความการแจ้งเตือน
  • User Info: รายละเอียดของผู้ใช้
  • Voice: เฉพาะรุ่น WRU-02 ผู้ปกครองสามารถส่งข้อความเสียงสั่นๆ จากแอพไปที่นาฬิกา และในทางกลับกันลูกก็สามารถส่งข้อความเสียงจากนาฬิกามาหาพ่อแม่ได้ ดูวิธีการใช้งานข้างล่างนี้
ส่งข้อความเสียงจากแอพไปยังนาฬิกา

เข้าไปที่แอพ Where You GO -> Voice icon

กดปุ่ม Hold to Talk ด้านล่างค้างไว้แล้วพูด เมื่อเสร็จให้ปล่อยข้อความจะถูกส่งออกไปที่นาฬิกา

ฟังข้อความเสียงที่ส่งจากนาฬิกา เข้าไปที่แอพ Where You GO -> Voice iconกดรูปไฟล์ที่ส่งมา รอสักครู่ จะได้ยินข้อความเสียงถ้าได้ยินไม่ชัดให้เพิ่มความดังเสียงของตัวมือถือ
ส่งข้อความเสียงจากนาฬิกาไปยังแอพ เมื่อนาฬิกาเปิดอยู่ กดปุ่มเปิดปิดเครื่อง (ปุ่มกลาง) ค้างไว้เมื่อหน้าปัทม์แสดงการบันทึกเสียง ให้พูดใส่นาฬิกาเมื่อพูดเสร็จ ให้ปล่อยปุ่มเปิดปิดเครื่อง ข้อความจะถูกส่งไปที่แอพ
ฟังข้อความเสียงที่ส่งจากแอพ เมื่อมีข้อความเสียง นาฬิกาจะมีไอคอนขึ้นมาพร้อมสั่นกดปุ่ม SOS เพื่อฟังเสียงข้อความ
  • Pedometer: แสดงการก้าวเดิน พลิกตัวเวลานอน รวมถึง ระยะทางและแคลอรี่

543

  • Alarm: การตั้งปลุก (สามารถปลุกได้แม้ตอนปิดนาฬิกา)
  • Love: เมื่อลูกทำความดี เราสามารถส่ง หัวใจ ให้ไปปรากฎบนนาฬิกาลูกได้
  • Logout: ออกจากแอพ (โดยปกติเราไม่จำเป็นต้อง Logout เพราะเมื่อปิดแอพ การแจ้งเตือนต่างๆจะหยุดทันที)

การใช้งานปุ่มต่างๆ บน WRU GPS Watch

GW001

 

pagebreak

ไดร์ฟติดตามตำแหน่ง WRU (WRU GPS Drive)

  1. ขั้นตอนการเตรียม WRU GPS Drive ให้พร้อมใช้งาน
  2. ขั้นตอนการติดตั้งแอพ TKstar, การเชื่อมต่อ และการตั้งค่าต่างๆ
  3. การระบุตำแหน่งเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน
  4. การตรวจสอบตำแหน่ง WRU GPS Drive ผ่าน Website

ขั้นตอนการเตรียม WRU GPS Drive ให้พร้อมใช้งาน

908-3

สถานะไฟ LED ความหมาย
ไฟสีเหลือง – ติดตลอด ต่ออินเตอร์เน็ตไม่ได้
ไฟสีเหลือง – กระพริบ เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตอยู่
ไฟสีแดง – ไม่ติด ชาร์ทแบตเตอรี่เต็มแล้ว
ไฟสีแดง – ติดตลอด กำลังชาร์ทแบตเตอรี่อยู่
ไฟสีฟ้า – ติดตลอด กำลังค้นหาสัญญาน จีพีเอส
ไฟสีฟ้า – กระพริบ เชื่อมต่อสัญญาน จีพีเอสอยู่
  1. ติดตั้ง ”ไมโคร” ซิมการ์ดใน WRU GPS Drive โดยเปิดฝาครอบออก พลิกด้านหลังของเครื่อง แล้วเสียบซิมเข้าไปในตัวเครื่องโดยหันซิมตามรูป กดซิมเข้าไปจนเข้าล๊อค

ใส่ซิม

  1. ชาร์ท WRU GPS Drive โดยเสียบเข้าที่พอร์ต USB ของเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ พาวเวอร์แบงค์ (ตรวจสอบดูว่าหันด้านถูกหรือเปล่า ถ้าถูกจะมีไฟแดงขึ้นที่ตัวเครื่อง)
  2. เปิดเครื่องโดยกดปุ่มที่ด้านข้างค้างไว้
  3. เมื่อเครื่องเปิดให้ส่งคำสั่งจากมือถือผ่าน SMS ไปที่ตัวเครื่องเพื่อเปิด GPRS (พิมพ์ “GPRS123456” จากมือถือเครื่องไหนก็ได้ส่งไปยังหมายเลขซิมที่ติดตั้งใน WRU GPS Drive, เมื่อส่งเสร็จจะมี sms ตอบกลับมาว่า “gprs ok”)
  4. สำหรับผู้ใช้ซิม DTAC ท่านสามารถข้ามขั้นตอนนี้ไปได้เลย ส่วนผู้ใช้ซิม AIS หรือ TRUE ให้ตั้งค่า APN โดยส่ง SMS “apn123456 internet” ไปที่ตัวเครื่อง เมื่อส่งเสร็จจะมี sms ตอบกลับมาว่า “apn ok”

ขั้นตอนการติดตั้งแอพ TKstar, การเชื่อมต่อ และการตั้งค่าต่างๆ

แอพพลิเคชั่น TKstar มีให้เลือกดาวน์โหลดทั้งบน Andriod และ iOS โดยมีขั้นตอนการติดตั้งง่ายๆ ดังนี้

  1. เข้าไปที่ App Store หรือ Playstore แล้วค้นหาแอพพลิเคชั่นชื่อ “TKstar”
  2. กดเลือกเพื่อติดตั้งแอพลงในเครื่อง ทำตามขั้นตอนจนติดตั้งเสร็จ
  3. เปิดแอพ “TKstar” แล้วเลือก “Register” เพื่อลงทะเบียน

12463569_1235246103156085_1894286413_n

  1. ในหน้า Register ให้ตั้งค่า Username และ Password. ใส่ Email ด้วยเพื่อกรณีเราลืม Username และ Password ภายหลัง
  2. เมื่อลงทะเบียนเสร็จ แอพจะให้เพิ่มอุปกรณ์โดยการสแกนบาร์โค๊ต หรือ ใส่เลข IMEI เอง (บาร์โค๊ต หรือ เลข IMEI จะอยู่ที่ตัวเครื่องด้านหลัง

5480

  1. เมื่อเพิ่มอุปกรณ์เสร็จ เราจะเข้าไปที่หน้า Home ซึ่งจะแสดงเป็นแผนที่พร้อมทั้งตำแหน่งล่าสุดของ WRU GPS Drive ที่หน้า Home จะมีไอคอนให้ใช้งานดังนี้

หน้าหลัก

  1. การตั้งค่าต่างๆ ของ Username นี้ ทำได้โดยการคลิ๊กไอคอนที่มุมซ้ายบน

5475

  • Account Icon: คลิ๊กที่ไอคอนเพื่อเปลี่ยนรูปภาพ แก้ไข Username, Password และ Email
  • Add device: เพิ่มอุปกรณ์ภายใต้ Username นี้
  • Map: แผนที่ที่ใช้งานอยู่
  • Alarm Message: ตรวจสอบการแจ้งเตือนของทุกอุปกรณ์ภายใต้ Username นี้
  • System Message: การแจ้งเตือนจากระบบเมื่อมีการอนุญาติให้ผู้อื่นเพิ่มอุปกรณ์ภายใต้ Username นี้
  • System Setting: การตั้งค่าต่างๆ ของ Username นี้
    1. Notification Center: การตั้งค่าการแจ้งเตือนต่างๆ
    2. Version Checking: ตรวจสอบว่ามีการอัพเดทของแอพหรือไม่
  • Switch Account: การออกจากระบบ
  1. การตั้งค่าต่างๆ ของ WRU GPS Drive ทำได้โดยการคลิ๊กไอคอนที่มุมขวาบน

5477

  • Step count: ดูข้อมูลการนับจำนวนก้าว
  • Track: ดูตำแหน่งของ WRU GPS Drive ย้อนหลัง โดยการระบุเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุด
  • Geofence: การตั้งโซนเพื่อให้ WRU GPS Drive รายงานการเข้า ออก
  • Function: การตั้งค่าต่างๆ ของ WRU GPS Drive

5478

  1. Device Icon: คลิ๊กที่ไอคอนเพื่อเปลี่ยนรูปภาพ แก้ไข ชื่อ เบอร์โทรของอุปกรณ์
  2. Historical Track: ดูตำแหน่งของ WRU GPS Drive ย้อนหลัง โดยการระบุเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุด
  3. Geo Fence: การตั้งโซนเพื่อให้ WRU GPS Drive รายงานการเข้า ออก
  4. Historical Alert: ประวัติการเตือนต่างๆ ในอดีต
  5. QR code: แชร์อุปกรณ์ให้ Username คนอื่นได้ติดตาม
  6. Device Setting: การตั้งค่าต่างๆ ของ WRU GPS Drive

5479

  • SOS Number: เบอร์ส่งข้อความฉุกเฉินเมื่อกดปุ่ม SOS บนตัวอุปกรณ์
  • Set Admin Number: การเตือนทุกอย่างยกเว้น SOS จะถูกส่งไปที่หมายเลขนี้
  • Overspeed Alert: เมื่อมีการใช้ความเร็วเกินที่กำหนดไว้ (กม/ชม) ระบบจะแจ้งเตือนไปยัง SOS และ Admin Number (การแจ้งเตือนนี้จะทำงานต่อเมื่ออุปกรณ์ถูกตั้งให้อัพเดทตำแหน่งทุก 10 วินาที)
  • Pedometer: การเปิด/ปิด ฟังค์ชั่นการนับก้าว
  • Call: เบอร์ที่จะให้ WRU GPS Drive  โทรหากรณีจะฟังเสียงเหตุการณ์
  • LED Switch: การเปิด/ปิด LED บนตัวเครื่อง
  • Set the language and time zone: ตั้งภาษาและโซนเวลา (โซนเวลาประเทศไทยคือ UTC+7)
  • GPS Working Mode Setting: ความถี่ของการอัพเดทตำแหน่ง (ทุก 12 ชม, 1 ชม, 30 นาที และ 10 วินาที) เพื่อเป็นการประหยัดพลังงาน ควรตั้งความถี่อย่างมากสุดที่ 30 นาที หรือ ทุก 1 ชม

****เมื่ออุปกรณ์อัพเดทข้อมูลเสร็จตามความถี่ที่ตั้งไว้ มันจะหลับหรือเข้า Sleep Mode เพื่อประหยัดพลังงาน****

  • Guardian List: เช็ค Username ผู้ควบคุม WRU GPS Drive
  • Unbind: ยกเลิกการจับคู่กันระหว่าง Username กับ WRU GPS Drive

การระบุตำแหน่งเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน

เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินในขณะที่อุปกรณ์อยู่ใน Sleep mode ท่านสามารถโทรหา WRU GPS Drive. เมื่อโทรแล้ว WRU GPS Drive จะกลับมาทำงานและจะส่ง sms ตำแหน่งล่าสุดมาให้

การติดตามตำแหน่ง WRU GPS Drive ผ่าน Website

นอกเหนือจากการตั้งค่าและติดตามตำแหน่ง WRU GPS Stick ผ่านแอพแล้ว คุณยังสามารถติดตามตำแหน่งผ่าน Website ได้ด้วย โดยการเข้าไปที่ http://www.tkstargps.net แล้วล็อกอินโดยใช้ Username และ Password ที่ตั้งไว้

tkstar

Leave a Reply